rant

Rockbox

เดาว่าคนอ่านบล็อกนี้จำนวนไม่น้อยเป็นพวกที่ไม่ค่อยพอใจกับ defaults ทั้งหลาย ถ้ามี router ก็ต้องลง Tomato มี andriod ก็ต้อง root หรือหากมีเครื่อง Mac ก็ต้องพยายามเอามาลง Windows ยิ่งถ้ามี iPhone ยิ่งคันมือต้องเอามา brick เอ๊ย jailbreak ฯลฯ

แน่นอนว่าแม้แต่เครื่องเล่น MP3 ก็ยังหนีไม่พ้นวัฏจักรเดียวกัน... อีกเหตุผลหนึ่งที่ผมซื้อ Sansa Clip+ เพราะมันสามารถเอามาลง Rockbox ได้ด้วย

Rockbox เป็นเฟิร์มแวร์ open source สำหรับเครื่องเล่น MP3 ที่รันได้บนหลายแพลตฟอร์มมากๆ (iPod, Cowon, iriver, SanDisk, etc.) ความสามารถเด่นๆ คือ

  • สนับสนุน codec มากกว่า 20 ชนิด (สำหรับผมได้แค่ M4A กับ FLAC ก็พอใจแล้ว)
  • มี parametric equalizer (EQ ของ Sansa Clip+ เป็นที่รู้กันว่าห่วย "โคตรๆ")
  • มี Doom! (ทำไปได้ +_+) และ Rockboy (Gameboy Emulator)
  • มี theme ในการแสดงผลให้เลือกใช้ (และแน่นอนว่าสามารถสร้าง theme เองได้)

Read the rest of this entry »

Sandisk Sansa Clip+ 4GB

ยังคงวนเวียนอยู่แถวๆ เรื่อง MP3 player...

หลังจากซื้อ Philips GoGear SA1MXX02K/97 มา และพบว่ามันห่วยเกินจะรับได้ เลยนั่งหาข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องเล่น MP3 อยู่พักใหญ่ อ่านรีวิวที่นู่นที่นี่ สุดท้ายมาเจอรีวิว Best 5 MP3 Players ของ CNET ดูๆ แล้วตัวที่น่าสนใจที่สุดสำหรับคนงบประมาณจำกัด (a.k.a. งก) อย่างผมก็คือ Sandisk Sansa Clip+ ที่มีหน้าตาประมาณนี้

Sandisk Sansa Clip+ 4GB

ลองหาข้อมูลแหล่งขายในเมืองไทย รู้สึกว่าจะหายากมาก มีที่ OCZ เอามาขายอยู่ แต่ราคาแพงไปนิดตัดใจซื้อไม่ลง โชคดีที่มีเพื่อนกำลังจะกลับจากอเมริกาพอดี เลยฝากมันหิ้วแบบ 4GB มาตัวนึง ได้มาในราคาไม่ถึง 1,500 บาท

รูปทางซ้ายนี้จะใหญ่กว่าของจริงหน่อยนึง เห็นครั้งแรกยังตกใจว่าเออ เล็กดีแฮะ พอลองแล้วก็ไม่ผิดหวัง คุณภาพเสียงเหนือชั้นกว่า Philips GoGear อยู่หลายขุม (จริงๆ คือลำเอียงอยู่พอสมควร เนื่องจาก Sansa Clip+ ตัวนี้มันเล่นไฟล์ FLAC ได้ :P)

Read the rest of this entry »

Sennheiser CX500

รีบอัพก่อนจะดองบล็อกครบสองเดือน =.=

ถอยหูฟังมาใหม่อีกแล้ว เนื่องจากเห็นราคาแล้วอดใจไม่อยู่ ยังคงยึดติดกับแบรนด์ Sennheiser แต่อัพเกรดขึ้นมานิด เป็น Sennheiser CX500 หน้าตาดังรูป

Sennheiser CX500

ไปเยอรมันมาก็จริง แต่หูฟังตัวนี้ซื้อที่เมืองไทย เนื่องจากที่นู่นราคาแพงมาก -*- สำหรับ CX500 ตัวนี้สั่งจากฟอรัม HiFi Market ที่ Overclockzone ราคา 900 บาทถ้วน (ถูกว่า CX200 อีก T_T)

สำหรับเสียงเมื่อเทียบกับ CX200 บอกได้อย่างเดียวว่ากินขาด เนื่องจากตัว CX200 จะเน้นเบสมาก ทำให้เสียงโดยรวมออกขุ่นๆ (รู้สึกได้ชัดเจนเวลาใช้คุยโทรศัพท์ผ่านเน็ต) แต่ CX500 จะให้เสียงค่อนข้างสมดุลทั้งกลาง และสูง ส่วนเบสยังคงเยอะจุใจตามสไตล์ Sennheiser

ข้อดีอีกอย่างคือมันมีที่ปรับเสียงติดมากับสายด้วย ทำให้สามารถเพิ่ม-ลดเสียงได้โดยไม่ต้องควักเครื่องเล่น MP3 ออกมา แต่ข้อเสียก็อยู่ที่ตัวปรับเสียงนี่เหมือนกัน คือถ้าปรับไปจนสุดด้าน Max อาจจะทำให้เสียงออกมาสองข้างไม่เท่ากัน ผมเลยปรับไว้ที่ตรงกลาง แล้วเร่งเสียงที่เครื่องเล่นเอาไว้ให้พอดีๆ จะสามารถปรับเพิ่ม-ลดจากที่ปรับเสียงอีกทีได้

สรุปโดยรวมถูกใจมาก คิดว่าน่าจะได้ใช้ไปอีกนาน :)

First Month in Germany

ใช้ชีวิตในเยอรมันได้ครบเดือน เลยอยากบันทึกสิ่งที่ประทับใจไว้สักเล็กน้อย

  • วันอาทิตย์เป็นวันพักผ่อน ทุกอย่างปิดหมด ร้านค้า, แหล่งช็อปปิง ถ้าวัตถุดิบสำหรับทำอาหารหมดวันอาทิตย์ ก็ทำใจกินมาม่าได้เลย T_T
  • เวลาจะข้ามถนนต้องกดสัญญาณไฟก่อน แล้วรอจนไฟคนเดินเป็นสีเขียวถึงจะข้ามได้ แต่ถ้าเป็นทางม้าลายที่ไม่มีสัญญาณไฟ สามารถเดินข้ามได้เลย รถจะหยุดให้คนเดินไปก่อนเสมอ สุโก้ย

Read the rest of this entry »

In Search of PC Softphone

True NetTalk

มาอยู่ต่างประเทศนานๆ เป็นครั้งที่สาม เพิ่งค้นพบว่าการโทรกลับเมืองไทยมันสะดวกกว่าที่คิด แต่ก่อนตอนไปทำงานที่แคนาดาต้องซื้อบัตรโทรศัพท์ใบละ 10CAD โทรทางไกลมาไทยได้แค่ไม่กี่นาที แต่รอบนี้เพื่อนร่วมทีมข้อมูลแน่น พบว่าสามารถประหยัดค่าโทรไปได้เยอะโดยใช้บริการ VOIP ของ TOT หรือ True (ส่วน Skype ลองแล้วไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ใช้เป็น IM + เปิดเว็บแคมบางครั้ง)

ศึกษาข้อมูลอยู่ซักพัก ก็ตัดสินใจเลือกบริการ NetTalk ของ True เนื่องจากเป้าหมายคือโทรกลับประเทศไทยเท่านั้น package ที่เหมาะสมก็คือ Pre Pay: Domestic จ่าย 50 บาท คุยได้ 300 นาที หารแล้วตกนาทีละ 17 สตางค์ (เท่าโปร 500 บาทของ TOT แต่ไม่ต้องจ่ายทีเดียวเยอะๆ หมดเมื่อไหร่ค่อยเติม)

จริงๆ ideal solution คือการใช้โทรศัพท์มือถือที่ต่อ wi-fi ได้ + Fring จะสะดวกมากๆ เหมือนใช้มือถือโทรหากันตามปกติเด๊ะ (assume ว่ามี wireless ให้ใช้) ที่สะดวกรองลงมาคือใช้ Bluetooth headset + softphone บนพีซี แต่เนื่องจากมือถือที่ใช้ปัจจุบันเป็นแบบบ้านๆ เอามาเพื่อใช้เป็นนาฬิกาปลุกเท่านั้น แถมไม่มีหูฟัง Bluetooth ทางเลือกสุดท้ายก็คือใช้หูฟังธรรมดาคุยผ่านไมค์บนโน๊ตบุ๊ค ซึ่งก็ใช้งานได้ดีไม่มีปัญหาอะไร เพียงแต่ต้องนั่งเฝ้าหน้าจอเท่านั้น

Read the rest of this entry »