Clicky

rant | suksit dot com

rant

Kimju -- Once is More Than Enough

เรื่องของเรื่องคือเมื่อวานตอนเย็นตั้งใจจะพา @bombik กับเพื่อนไปกินบุฟเฟต์สุกี้ญี่ปุ่นที่ร้าน Torii แต่ปรากฏว่าปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่ม เพราะไม่รู้ว่ามันปิดทุกวันอังคาร T_T เลยเดินมึนๆ ไปหาของกินที่เมเจอร์รัชโยธินแทน

เดินไปเดินมาก็ตัดสินใจเข้าร้านบุฟเฟต์ปิ้งย่างเกาหลีชื่อ Kimju ที่อยู่ใกล้ๆ Box Office ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่า "ยังไม่เคยลอง" บวกกับราคาบุฟเฟต์ที่ติดอยู่หน้าร้าน 288.- บาท ดูแล้วก็ค่อนข้างโอเค เลยตกลงเข้าไปลองกินกัน

Kimju Buffet

สำหรับคนที่หาข้อมูลว่าร้านนี้เป็นอย่างไร น่าไปลองชิมหรือไม่ ขอตอบแบบย่อๆ ไว้ก่อนเลยว่า

"มัน กาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาากส์ มาก"

เสิร์ชหาร้านอื่นได้เลยครับ เวลาในชีวิตของคุณมีค่าเกินกว่าจะไปนั่งกินอาหารในร้านพรรค์นี้ แต่ถ้าอยากรู้ว่ามันกากยังไง เชิญอ่านต่อได้ตามสะดวก

Read the rest of this entry »

100 สิ่งที่ไม่ต้องทำ(ก็ได้)ก่อนตาย

100 สิ่งที่ไม่ต้องทำ(ก็ได้)ก่อนตาย

งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 16 (BookExpo Thailand 2011) คราวนี้ ซื้อมาแต่หนังสือประเภทไม่ต้องอ่านต่อเนื่อง คือเป็นตอนสั้นๆ อ่านแป๊บๆ แล้ววางทิ้งไว้ วันหลังค่อยมาอ่านใหม่ก็ไม่ขาดช่วง อะไรทำนองนี้ อาจจะเป็นเพราะรูปแบบการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป... ขนาดร้านไหนคนเยอะๆ ยังขี้เกียจรอ ไม่ซื้อมันซะดื้อๆ ยังงั้น -*- (แต่วางแผนจะไปเดินอีกรอบ เอาช่วงที่คนน้อยๆ หน่อย)

สรุปหนังสือที่ได้มารอบแรก:

  • โรมานซ์ ของ วิศุทธิ์ พรนิมิตร
  • 100 สิ่งที่ไม่ต้องทำ(ก็ได้)ก่อนตาย ของนิตยสารฉลาดซื้อ
  • นอกลู่ไม่นอกทาง ของนิตยสารฉลาดซื้อ
  • OMG! มหัศจรรย์ได้อีก! (The World's Best Book) ของ Jay Payne

อ่านจบไปสองเล่ม คือ โรมานซ์ กับ 100 สิ่งที่ไม่ต้องทำ(ก็ได้)ก่อนตาย สำหรับ โรมานซ์ คงไม่เล่า บอกได้สั้นๆ ว่า "คุ้ม" ตามสไตล์การ์ตูนของ วิศุทธิ์ ทุกเล่ม ส่วนที่อยากเล่าคือหนังสือ 100 สิ่งฯ นี่แหละ

Read the rest of this entry »

2011 Resolutions

  1. หัดขับรถ
  2. มี Android phone เป็นของตัวเอง
  3. หัดเขียนแอพพลิเคชันบน Android
  4. เริ่มธุรกิจอะไรสักอย่าง
  5. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  6. ออมเงินให้ได้ทุกเดือน
  7. ไปเที่ยวที่ต่างๆ ที่ยังไม่เคยไป อย่างน้อย 2 แห่ง

พอละ 7 ข้อ ปีนี้หวังว่าจะทำได้เกินครึ่ง :P

2010 Resolutions Evaluation

โพสต์ประจำตอนสิ้นปี รีวิวผลงานในรอบปี เทียบกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ตอนต้นปี 2010

  1. FAILED หัดขับรถ ตั้งมันทุกปี และก็ failed ทุกปีเหมือนกัน T_T
  2.    40%   เรียนรู้ Drupal 7 (ติดตั้ง/ใช้งาน/สร้างธีม) ได้แค่ลองติดตั้งและใช้งานเล่นๆ แค่นิดหน่อย ส่วนการสร้างธีมยังไม่ได้แตะ
  3. FAILED ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่ได้ออกกำลังกายเลย xD
  4.   100%   ไปเที่ยวสถานที่ที่ยังไม่เคยไป อย่างน้อย 2 แห่ง ถ้านับกันจริงๆ คงได้ไม่ต่ำกว่า 10 แห่ง สรุปสั้นๆ ว่าเป็นปีแห่งการเดินทาง
  5.    40%   ออมเงินให้ได้ทุกเดือน ทั้งปีมี 12 เดือน เก็บได้จริงๆ ไม่เกิน 5 เดือน =.=
  6.   100%   หัดเล่นฮีโร่ใน DotA ให้ชำนาญอย่างน้อย 10 ตัว ตอนนี้เล่น -random ได้สบายๆ hero ที่เล่นได้ดีไม่ต่ำกว่า 30 ตัว (เรื่องแบบนี้ละขยันนัก -_-a)

เฉลี่ยแล้วก็ได้ประมาณ 47% เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ปีที่แล้วว่าปีนี้จะได้ไม่ถึงครึ่ง xD

สรุปโดยรวมปีนี้ทำอะไรไม่ค่อยจะได้ตามเป้าหมาย ส่วนอันที่ทำได้ก็เกินเป้าไปซะเวอร์ +_+ (ข้อที่ได้ 100% นี่จริงๆ น่าจะเป็น 200% ซะมากกว่า) และก็มีเรื่องเกินความคาดหมายเกิดขึ้นเยอะแยะไปหมด แต่ก็ทำให้ชีวิตมีสีสันดี :D

Barcamp Bangkok 4

บล็อกเรื่องบาร์แคมป์ติดกันสองอันเลย =.=

Barcamp Bangkok ครั้งที่ 4 นี้จัดที่เดิม คือที่ ม.ศรีปทุม โดยมีระยะเวลา 2 วัน (23-24 ต.ค. 2553)

ปีนี้คงเขียนได้สั้นๆ เพราะไปร่วมงานแค่แป๊บเดียว คือไปตั้งแต่ประมาณ 9 โมงครึ่ง แล้วออกมาจากงานตอนเที่ยง ด้วยความรู้สึก failed พอสมควร สาเหตุคือ

  • session กระโดดไปกระโดดมา ตอนแรกดูเป็นห้องนี้ เวลานี้ refresh อีกทีกลายเป็นห้องอื่น เวลาอื่นไปแล้ว
  • การดูตารางเวลาทำได้ยาก ถ้าไม่มีโน๊ตบุ๊ค/โทรศัพท์ที่ต่อ Wi-Fi ได้ อย่างปีที่แล้วยังมีกระดาษเขียน topic ไปแปะไว้หน้าห้อง คนเดินผ่านไปผ่านมายังได้รู้บ้างว่าห้องนี้พูดเรื่องอะไร
  • speaker หาย อันนี้คาดว่าส่วนหนึ่งอาจเกิดจากข้อแรก คือสรุปแล้ว speaker ก็ไม่รู้ว่าตัวเองต้องไปพูดห้องไหน เมื่อไหร่ ทำให้คนฟังต้องไปนั่งรอเก้อ
  • speaker ไม่รักษาเวลา บาง session ต้องมานั่งคุยกันหน้าห้องแทน เพราะหมดเวลาแล้ว session เก่าไม่ยอมเลิกซักที
  • speaker ระบุภาษามั่ว บาง session บอก TH/EN แต่เข้าไปกลายเป็นภาษาไทยล้วนๆ ถ้าผมเป็นฝรั่งหลงเข้าไปคงเซ็ง

แค่นี้ดีกว่า เด๋วจะโดนประณามว่าไม่เสนอ topic ไม่ช่วยงาน แล้วยังจะมาบ่นอีก :P

จริงๆ เขียนเพราะเข้าใจว่างานฟรีสไตล์แบบนี้ session เยอะขนาดนี้มันคุมกันลำบาก แต่เห็นใจคนที่มางานนี้เป็นครั้งแรก เพราะอาจจะได้ impression ที่ไม่ดีกลับไปว่างานสัมมนาอะไรฟระ ใส่ topic มาซะน่าสนใจ แต่ให้คนฟังเข้าไปนั่งในห้องเฉยๆ รอจนหมดเวลาก็ไม่มีคนมาพูด ฯลฯ

ปล. อันนี้คือประสบการณ์ตรงจากครึ่งวันเช้าวันแรกเท่านั้น ช่วงบ่ายของวันที่ 23 และวันที่ 24 ทั้งวันอาจจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้ก็ได้ ยังไงก็ขอขอบคุณสปอนเซอร์, ผู้จัดงาน และผู้ที่มาร่วมงานทุกคนครับ

ปล.2 บ่นขนาดนี้ แต่ปีหน้าก็ไปอีกแน่นอน :D