movie

Avatar 3D

Avatar
(ภาพจาก Wikipedia)

ไปดูมาเมื่อวานด้วยความ want จัด โดนค่าตั๋วไป 240 บาท... =.=

Avatar เป็นเรื่องราวของ Jake Sully อดีตนาวิกโยธิน ที่ต้องเดินทางจากโลกมายังดาว Pandora เพื่อสานต่อภารกิจของพี่(หรือน้อง?)ชายที่ตายไปแบบกระทันหัน ภารกิจที่ว่าคือการเข้าร่วมในโครงการที่ชื่อว่า Avatar นั่นเอง (ไม่อยากเล่ามาก ไว้ไปดูกันเองละกันครับ :D)

สิ่งที่เด่นที่สุดในหนังคงเป็นเรื่องภาพ ที่สวยเอามากๆ (น่าจะเป็น CG ทั้งหมด) โดยเฉพาะตอนกลางคืนของ Pandora รวมทั้งพืชและสัตว์ต่างๆ ในป่า ที่ทำออกมาได้สมกับเป็นหนัง Sci-fi ยิ่งเอามารวมกับเทคนิค 3D ก็ยิ่งทำให้หนังทั้งหมดดูสมจริงขึ้นไปอีก เป็นหนัง 3D ที่ไม่รู้สึกว่าถูกบังคับให้ต้องดูเป็น 3 มิติ (งงมั้ย 55+) คิดว่าน่าจะเกี่ยวกับเทคนิคการถ่ายทำเป็นส่วนใหญ่

อย่างไรก็ตาม นอกจากภาพที่สวยสดสมจริงแล้ว เนื้อเรื่องของ Avatar ก็เป็นอีกจุดที่ช่วยเสริมให้ตัวหนังมีมิติมากขึ้น แม้ว่าพล็อตเรื่องจะดูธรรมดาและพอเดาได้ แต่ก็สื่อให้เกิดความรู้สึกได้หลายอารมณ์ ทั้งตื่นเต้น ฮึกเหิม เศร้า สนุก และยังมีเรื่องให้ย้อนมาคิดถึงโลกของเราในปัจจุบันด้วย

ออกมาจากโรงแล้วไม่รู้สึกเสียดายตังค์แม้แต่น้อย เทียบกับหนัง 3D เรื่องอื่นๆ ที่เคยดู (Madagascar: Escape 2 Africa, Monsters vs Aliens, G-force) เรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็นคนละชั้น กับความยาวประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ที่ทำให้เดินเนื้อเรื่องได้แบบไม่กั๊ก ไม่กระโดด เป็นไม่กี่ครั้งที่ออกจากโรงมาแล้วรู้สึกว่าได้ดูหนังแบบเต็มอิ่มจริงๆ :)

ปล. ถ้าไม่รีบ ไปดูวันพุธจะถูกกว่านี้เยอะ (150~170 บาท ที่โรงในเครือ SF)

BTS Love Story

รถไฟฟ้า... มาหานะเธอ

วันนี้เพิ่งไปดู "รถไฟฟ้า... มาหานะเธอ" ชื่อภาษาอังกฤษจริงๆ มันคือ Bangkok Traffic (Love) Story (เข้าใจว่าพยายามจะให้ย่อเป็น BTS ให้ได้) แต่ผมว่า BTS Love Story อ่านแล้วตรงประเด็นกว่า เลยตั้งชื่อบล็อกแบบนี้แทน

บอกตามตรงว่าไม่เคยคิดจะไปดูเรื่องนี้แม้แต่นิดเดียว trailer ก็ไม่เคยดู แต่หลังจากออกมาจากโรง บอกได้สั้นๆ ว่า "เสียดายแทนคนที่พลาด"

สำหรับผมเรื่องนี้เป็นหนังของ GTH ที่ประทับใจที่สุดเท่าที่เคยดูมา (อันดับสองให้ Seasons Change) อาจจะ bias หน่อยๆ เพราะธีมหลักในหนังเป็นสิ่งที่คุ้นเคยอยู่แล้ว (รถไฟฟ้า BTS) เลยอาจจะทำให้อินกับหนังเป็นพิเศษ อีกอย่างคือสงสัยว่าผมจะชอบหนังสไตล์นี้แฮะ นักแสดงหน้าเดิมๆ เหมือนเป็นกิจการในครอบครัว แต่ละคนโผล่มาแล้วทำให้นึกโยงไปถึงหนังเรื่องอื่นด้วย ทำให้อยากหามาดูอีกครั้ง

เรื่องนี้ก็ทำนองเดียวกับเรื่องอื่นๆ ของ GTH ที่นักแสดงขาประจำมากันครบ (ถึงบางคนจะแค่โผล่มาแว้บๆ ก็ตาม) เนื้ัอเรื่องก็พอเดาได้ตามสไตล์หนังรักโรแมนติกทั่วไป สำหรับคนชอบหนังฮาๆ รับรองว่าได้หัวเราะตั้งแต่เริ่มยันจบ หรือถ้าอยากดูฉากซึ้งๆ เรื่องนี้ก็มีหลายฉากที่ทำให้น้ำตาซึมได้ง่ายๆ

ดูจบแล้วเดินยิ้มออกมาจากโรง แนะนำคนอื่นให้ไปดูต่อได้แบบไม่ต้องกลัวโดนด่า ยิ่งกว่านั้นคือเพิ่งรู้ว่าดูหนังวันพุธที่ SF ลดเหลือที่นั่งละ 40 บาท!!! สุดยอดดดด xD

Harry Potter and the Half-Blood Prince Tickets

Harry Potter and the Half-Blood Prince posters & tickets

ตอนแรกอ่านบล็อกของ @rachanont นึกว่ามีแต่ขาย voucher ล่วงหน้าอย่างเดียว เลยไม่ค่อยสนใจเท่าไร พอดีวันนี้ลองขึ้นไปดูที่หน้าโรง มีคนเดินมาขาย voucher แล้วบอกว่าจองที่นั่งได้เลย เป็นรอบของวันที่ 16-19 เลยสอยมาซะ ประหยัดไปที่นั่งละ 20 บาท แถมไม่ต้องเครียดต่อแถวรอซื้อตั๋ววันฉายด้วย

ปล. ดูอีกที ของ @rachanont มันที่ Major นิ ของผมของ SF ตรงเคาน์เตอร์ขายตั๋วมีป้ายบอกว่าแถม bookmark 4 อัน แต่พอถามดูได้รับคำตอบว่าของหมด ได้มาแต่โปสเตอร์เล็กๆ สองแผ่น =.=

Ice Age 3: Dawn of the Dinosaurs

Scrat

ไปดูมาตั้งแต่เข้าฉายวันแรก คนน้อย ดูสบาย จองตั๋วง่ายไม่ต้องแย่งที่นั่งกัน เข้าใจว่าเป็นเพราะกระแส Transformers 2 ยังแรงอยู่

สำหรับภาคนี้ก็ยังคงอยู่ในยุคน้ำแข็ง (แหงอยู่แล้ว ไม่งั้นจะชื่อเรื่อง Ice Age ได้ไง) แต่แก๊งค์ของ Manny ดันจับพลัดจับผลูไปเจอโลกใต้พิภพที่เหล่าไดโนเสาร์ยังคงมีชีวิตอยู่ เนื้อเรื่องคร่าวๆ ไปอ่านได้ที่นี่

บอกตามตรงว่าตั้งหน้าตั้งตารอดูเจ้่า Scrat อย่างเดียว ออกมาทีไรเป็นต้องก๊ากทุกที xD

เนื้อเรื่องโดยรวมทำได้ดี การดำเนินเรื่องลื่นไหล มีแทรกมุกเป็นระยะๆ เรียกได้ว่าฮาตั้งแต่ต้นจนจบ มุกเล่นคำมีเยอะ คนแปลก็เก่งที่แปลให้ขำได้ ภาคนี้ดูแล้วรู้สึกว่ามีตัวดำเนินเรื่องอยู่สองตัว คือ Scrat กับ Buck ที่เป็นตัวละครใหม่ เห็นพ้องต้องกันกับ @bombik ว่าได้อารมณ์ประมาณเดียวกับ แจ็ค สแปโรว์ คือเหมือนไม่ค่อยเต็ม ทำอะไรประหลาดๆ แต่ก็พึ่งพาได้ :P

ปล. ไม่ค่อยชอบช่วงที่ Scrat มีความรักเท่าไร เหมือนมันขัดๆ กับคาแรกเตอร์ยังไงไม่รู้ =.=

Monsters vs Aliens

Monsters vs Aliens

เป็นการดูหนัง 3D เรื่องแรกในรอบไม่ต่ำกว่าสิบปี จากที่เคยดูล่าสุดในทีวีสมัยประถม :P

Monsters vs Aliens เป็นเรื่องราวของสาวธรรมดาๆ ชื่อซูซาน ที่อยู่ดีๆ ก็จับพลัดจับผลูโดนอุกกาบาตจากต่างดาวหล่นใส่ในวันแต่งงานซะงั้น แต่แทนที่จะตายเธอกลับได้พลังพิเศษ ที่ทำให้เธอกลายเป็นสาวร่างยักษ์ที่มีพลังมหาศาล และโดนรัฐบาลจับตัวไปกักขังรวมกับเหล่ามอนสเตอร์ต่างๆ ที่ประกอบด้วย The Missing Link ครึ่งลิงครึ่งปลา, Dr. Cockroach, Ph.D. นักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะที่มีหัวเป็นแมลงสาบ, B.O.B. สัตว์ประหลาดร่างวุ้นที่ฆ่ายังไงก็ไม่ตาย และ Insectosaurus แมลงอะไรซักอย่างที่ตัวใหญ่กว่าซูซานเสียอีก

แต่หลังจากที่ซูซานโดนจับได้ไม่นาน ก็มีหุ่นยนต์จากต่างดาวบุกลงมายังพื้นโลก อาวุธต่างๆ ของกองทัพไม่สามารถจัดการมันได้ ทางรัฐบาลเลยต้องปลดปล่อยเหล่ามอนสเตอร์ออกมาเพื่อช่วยจัดการกับหุ่นยักษ์ตัวนั้น เหล่ามอนสเตอร์ทำสำเร็จ แต่นั่นกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะครั้งใหญ่ของโลก เพราะหุ่นยนต์ตัวนั้นเป็นเพียงลูกสมุนของมนุษย์ต่างดาวหน้าตาเหมือนปลาหมึก ที่ต้องการครอบครองพลังที่มากับอุกกาบาต ที่อยู่ในตัวของซูซานนั่นเอง

เข้าไปดูตอนแรกๆ ขัดใจเล็กน้อย เพราะเนื้อเรื่องดูไม่ค่อยมีที่มาที่ไปเท่าไรเมื่อเทียบกับ Bolt แต่ดูๆ ไปซักพักก็คิดได้ว่า นี่เรากะมาดูเอาฮา ไม่ได้ดูเอาเนื้อเรื่องนี่หว่า เลยเปลี่ยนมาสนใจกราฟิก 3D กับมุกในเรื่องแทน เลยค้นพบว่ามันเป็นหนังที่ฮาใช้ได้เลยทีเดียว เหมาะแก่การดูคลายเครียดหลังช่วงสงกรานต์เป็นอย่างยิ่ง

มอนสเตอร์ตัวที่ถูกใจที่สุดน่าจะเป็น Insectosaurus ที่หน้าตาเอ๋อๆ และไม่มีบทพูดอะไรเลย แต่ดูแล้วน่ารักมากๆ อีกตัวที่เด่นไม่แพ้กันคือ B.O.B. ที่เรียกเสียงฮาได้เกือบทุกฉาก

ปล. รู้สึกว่า subtitle จะอ่านยากเล็กน้อย เพราะมันจะลอยๆ เป็น 3D ด้วย ทำให้ต้องปรับโฟกัสสายตาบ่อย ถ้าดูแบบไม่อ่าน subtitle ได้ก็น่าจะได้รับอรรถรสในรูปแบบ 3D อย่างเต็มที่